บทที่ 10 บทที่ 5 มารขัดคอ 50%

บทที่ 5 มารขัดคอ

หนูปริมเหรอ? ปาริมาขมวดคิ้วแน่น ริมฝีปากอิ่มอ้าค้าง ดวงตากลมโตกะพริบปริบๆ มองคนออกคำสั่งพิลึกพิลั่นด้วยความไม่เข้าใจ

“หนะ หนูปริม”

“ใช่ หนูปริม ปกติเธอแทนตัวเองว่าอะไรล่ะ” เขาถามเพราะเคยได้ยิน ‘บัวสวรรค์’ เด็กของเพื่อนแทนตัวเองว่า ‘หนูบัว’ และไอ้โคแก่เพื่อนของเขาก็เหมือนจะอยากแทนตัวเองว่า ‘พี่อัล’ ใจแทบขาด เวลาอีกร่วมปีที่อีกฝ่ายรอคงราวสิบปีถึงได้ร้อนรนจะเป็นจะตายโทรหาเขาเช้าเย็นทวงแล้วทวงอีกกับเพียงแค่ภาพถ่ายของเด็กอายุคราวลูกคนเดียว

คราวลูกเหรอ… นึกมาถึงคำนี้แล้วตัวเองก็ต้องกระแอมไอแก้เก้อ

ปาริมาก็อายุมากกว่าบัวสวรรค์ 2 ปีเอง…

“เอ่อ หนะ หนู เอ่อ ปกติหนูแทนตัวเองด้วยชื่อค่ะ”

“อืม นั่นแหละต่อไปก็แทนตัวเองแบบนั้น ไม่ต้องดิฉงดิฉัน ฟังแล้วฉันรู้สึกแปลกๆ”

แปลกเหรอ? ปาริมาเลิกคิ้วมองใบหน้าหล่อเหลาที่เหมือนจะมีอะไรแอบแฝงในคำพูดชอบกล

คนที่แปลกน่ะควรจะเป็นเขาไม่ใช่เหรอ!

อยู่ๆ เรียกเธอมาทำงานบ้าน แถมยังให้เลิกแทนตัวเองด้วยคำว่าดิฉันอีก!

เอ๋ มันชักจะน่าสงสัยเกินไปแล้ว

“ทำไมต้องให้หนูแทนตัวเองด้วยชื่อล่ะคะ”

คเณศร์ชะงักขาที่กำลังก้าวนำปาริมาเข้ามายังส่วนของห้องครัว ใบหน้าหล่อเหลาหันขวับกลับมาจ้องมองใบหน้าคนตัวเล็กที่กำลังเอียงคอมองตอบเหมือนสงสัยอะไรมากมายเสียเต็มประดา

“นี่ปาริมา” เขาเอ่ยเรียกคนขี้สงสัยที่ยังยืนเอียงคอทำปากยื่นด้วยเสียงราบเรียบแต่แฝงความเหนื่อยหน่ายใจ

“ฉันสั่ง เธอก็ต้องทำ!”

คำตอบของ ‘เจ้านาย’ เป็นประกาศิตที่ลูกน้องระดับล่างอย่างเธออดค่อนขอดไม่ได้ หากแต่ก็จำใจยอมก้มหน้าพยักรับอย่างเสียไม่ได้ เพราะอย่างไรเงินที่ได้เป็นค่าตอบแทนคงมากพอจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของพี่ชายลงไปได้บ้างไม่มากก็น้อย

คเณศร์ส่ายหน้า ก่อนจะเดินนำร่างแน่งน้อยที่ก้มหน้างุดๆ เข้ามาจนกระทั่งถึงครัว สถานที่ที่เขา และคนสนิทแทบไม่เคยย่างกรายเฉียดใกล้เข้ามาตั้งแต่สร้างบ้าน

“นี่ห้องครัว” ชายหนุ่มเกริ่นเสียงเรียบ ก่อนเดินไปทิ้งกายลงนั่งที่โต๊ะรับประทานอาหารแล้วเอ่ยต่อ

“สิ่งที่เธอต้องทำทุกเสาร์-อาทิตย์ก็ไม่มากมายอะไร ตอนเช้าธเนศจะไปรับ มาถึงเธอต้องทำอาหารเช้าให้ฉันก่อนเป็นอย่างแรก จากนั้นค่อยทำงานอื่นๆ ตามที่ฉันจะมอบหมายให้ในวันนั้นๆ”

ปาริมายืนนิ่งฟังอย่างตั้งใจ มือเล็กล้วงหยิบสมุดบันทึกจากกระเป๋าออกมาจดหยิกๆ เพื่อช่วยเหลือในการจดจำที่อาจหลงลืมในภายหลัง

“แล้วคุณคะ เอ่อ คุณครามจะรับอาหารเที่ยง และอาหารเย็นด้วยไหมคะ”

“รับสิ เธอต้องทำอาหารให้ฉันครบสามมื้อ หลังจากอาหารเย็นเสร็จสิ้น ธเนศจะเป็นคนไปส่งเธอเอง”

หญิงสาวยังคงตั้งหน้าตั้งตาจดบันทึกคำสั่งอย่างตั้งอกตั้งใจ แม้จะเกิดคำถามแทรกเข้ามาบ้างประปรายถึงการไปทำงานอย่างอื่นที่เขากล่าวถึง

“แล้วคุณครามชอบทานอาหารอะไรเป็นพิเศษคะ?”

คเณศร์ขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนตอบแบบขอไปที “ได้หมด”

“เอ่อ” มือที่กำลังจดหยิกๆ ชะงัก ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นด้วยความคลางแคลงใจ

คนรวยนี่… ไม่เรื่องมากก็มีด้วยเหรอ

หญิงสาวนึกดีใจที่การทำงานเสริมไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คาดคิด อย่างน้อยเขาก็ดูไม่ใช่คนกินยากอยู่ยาก แถมยังดูเหมือนจะใจดีมากกว่าตอนอยู่ที่บริษัทอีก

“แล้วคุณครามแพ้อาหารอะไรไหมคะ?”

“ไม่ ฉันกินได้ทุกอย่าง”

อ่อ ปาริมาพยักหน้าเข้าใจพร้อมรองรับอย่างคนตั้งอกตั้งใจฟัง ไม่ได้รู้สึกแปลกเลยว่าสายตาราบเรียบเป็นนิจวิบวับเป็นประกายบางอย่างอยู่ตลอดเวลา ใบหน้าจิ้มลิ้มเม้มปากจดทุกข้อความที่เจ้านายออกคำสั่งไม่มีตกหล่น

“แล้ววันนี้ดะ เอ่อ ปริมต้องทำอะไรบ้างคะ?”

“วันนี้ยังไม่ต้องทำอะไร” น้ำเสียงที่ตอบแปร่งๆ เล็กน้อย หากก็ไม่ได้แสดงพิรุธออกมามากเกินไป “สองหมื่นบาทสำหรับเงินเดือนของเธอ ทำงานแค่วันเสาร์-อาทิตย์”

ใบหน้าที่กำลังก้มๆ เงยๆ จดข้อความเงยขึ้น มือเล็กที่ขีดเขียนหยุกหยิกแข็งค้าง ดวงตากลมโตเบิกโตด้วยความตกใจในจำนวนเงินที่ได้รับจนแทบจะระงับอาการตกตะลึงไม่อยู่

“สองหมื่น!”

ทำไมมันถึงได้มากมายขนาดนั้น!

“ไม่พอเหรอ” เขาถามเสียงเนิบนาบเหมือนไม่ยินดียินร้ายกับจำนวนเงินเดือนที่ให้ ‘แม่บ้าน’ ที่ทำงานแค่สองวันต่อสัปดาห์แม้แต่น้อย “เธออยากได้เท่าไหร่ล่ะ?”

ปาริมาร่างกายแข็งค้างราวกับถูกสตาร์ฟไปแล้วเรียบร้อย จำนวนเงินที่ได้เมื่อเทียบกับพี่ชายแล้วเกือบเท่ากันเลย ทั้งๆ ที่ปรัชญ์ทำงานเป็นพนักงานบัญชีในบริษัทเอกชนแห่งนึง เพียงแต่พี่ชายของเธอทำงานมาแล้วร่วมสามปีเงินที่ได้เป็นผลตอบแทนย่อมมากตามไปด้วย แต่เธอเพิ่งก้าวเข้ามาทำงานในบริษัทของเขาได้ไม่ถึงสามเดือนด้วยซ้ำ ช่วงเวลาพ้นโปรยังไม่ผ่านไปแต่กลับได้เงินเดือนจากงานพิเศษที่ทำงานแค่วันเสาร์-อาทิตย์เพิ่มอีกถึงสองหมื่นบาท!

“เอ่อ ทะ ทำไมมันเยอะนักละคะ”

“เยอะเหรอ?” น้ำเสียงที่ถามกลับแปลกใจพอสมควร

สำหรับเขาเงินสองหมื่นบาทที่ให้ปาริมาต่อเดือนนั้นน้อยนิดมากหากเทียบกับที่เขาเคยให้ ‘คู่นอน’ คนอื่นๆ ที่เคยผ่านมา ทว่าเขาไม่ได้คิดจะให้หญิงสาวเพียงแค่เงินก้อนเล็กๆ เท่านี้หรอกนะ เขาคิดแล้วว่าหากปาริมายอมตอบตกลงเรื่อง ‘ข้อเสนอ’ ที่เขาเตรียมการณ์เอาไว้เมื่อไหร่ ทั้งค่ารักษาอาการป่วยของบิดาอีกฝ่าย หนี้สินที่ครอบครัวอีกฝ่ายมีทั้งหมด เขาจะชดใช้ให้กับเธอเอง!

“เยอะมากค่ะ ปริมทำงานแค่สองวันต่อสัปดาห์ อีกอย่างงานก็ไม่ยากอะไร แค่ทำกับข้าว ทำความสะอาดบ้านให้คุณแค่ไม่กี่ห้อง เงินเดือนไม่น่าจะเยอะขนาดนั้น”

คเณศร์ลอบยิ้ม เงยหน้ามองคนตัวเล็กที่กำลังขมวดคิ้วแน่นแล้วจึงตัดสินใจเอ่ย

“ที่นี่ไม่เคยมีแม่บ้านประจำ คนก่อนก็ทำงานแค่วันเสาร์ และทำงานไม่เกิน 3 ชั่วโมงด้วย” เพราะเขาค่อนข้างรักความเป็นส่วนตัว และที่สำคัญไม่ไว้ใจใครง่ายๆ แม้จะแค่แม่บ้านก็ตาม

“อะไรนะคะ!”

ทำงานแค่หนึ่งวันต่อสัปดาห์ แถมช่วงเวลาทำงานยังแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น!

นี่เขาคงรวย อภิมหารวยมากแน่ๆ ถึงได้โปรยเงินแจกคนราวกับกระดาษแบบนี้!

คเณศร์เห็นแววตาครุ่นคิด และความเคลือบแคลงที่อีกฝ่ายแสดงออกก็เข้าใจว่าหญิงสาวคงมีเรื่องมากมายอยากถาม ทว่าเรื่องบางเรื่องปาริมารู้ไม่หมดจะดีกว่า เพราะหากยังไม่มีสิ่งใดยืนยันในตัวของหญิงสาว เขาก็ไม่อยากเสี่ยง… ไว้วางใจใครให้ตัวเองกลายเป็นคนโง่!

“ฉันไม่ใช่คนดีปาริมา” เขาเอ่ยเสียงราบเรียบ หากแต่มีร่องรอยของความเจ็บปวดอยู่ในนั้น “เพราะฉะนั้นการไว้ใจใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และนั่นทำให้ที่นี่ไม่เคยมีคนนอกเข้าออก หากไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน”

ใบหน้าอ่อนหวานพยักรับเป็นเชิงเข้าใจ ดวงตาเคลือบแคลงอ่อนแสงลงก่อนแปรเปลี่ยนเป็นเห็นอกเห็นใจ ใบหน้านวลก้มลงมองสมุดบันทึกในมืออีกครั้ง ก่อนปลายนิ้วจะเริ่มจดอะไรหลายอย่างลงไปอีกหน

ความตั้งใจอกตั้งใจ และใบหน้าที่มีความจริงจังมากเป็นพิเศษะเสริมรับให้คนตัวเล็กดูน่าสนใจ และน่าค้นหาไปพร้อมๆ กัน

ใครจะรู้… ว่าเขาจะรู้สึกอะไรบางอย่างกับเด็กสาวอายุน้อยกว่าเกือบสิบปี แถมยังแต่งกายด้วยเสื้อยืดสีชมพูอ่อนกับกางเกงยีนส์ขายาวสีอ่อนแสนธรรมดา ทว่าในความธรรมดานั้นคเณศร์กลับมองเห็นความ ‘ไม่ธรรมดา’ ในรูปร่างที่เหมือนจะ ‘เล็ก’ บาง หากแต่ไม่ได้เล็ก และบางอย่างที่ภายนอกเห็น ทรวดทรงองเอวของปาริมาพอเหมาะพอดี รูปร่างอรชร ไม่สูงชะลูด ไม่เตี้ยแคระ ใบหน้ารูปไข่ก็แสนจะเพอร์เฟค ดวงตากลมมน จมูกรั้น ปากอิ่ม ทั้งหมดนี้ประกอบกันแล้วทำให้คนที่เหมือนจะธรรมดา แต่พอมองนานๆ แล้วไม่ธรรมดา

สวย… แม้ไม่โดดเด่นโฉบเฉี่ยวอย่างนางแบบ หรือดาราสาวๆ ที่เขาเคยร่วมเตียง ทว่าความสวยในแบบที่ปาริมามีก็เหมือนจะมีแรงดึงดูดมากกว่าผู้หญิงเหล่านั้นมากโข

โดยเฉพาะแรงดึงดูดทางเพศ!

“ปาริมา” เขาเอ่ยเรียกเธอออกมาในที่สุด หลังจากความอดทนใกล้หมดลง เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าไอ้ท่าทางจริงจัง จดข้อความหยิกๆ ที่แสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาตินั้นเสริมรับกับใบหน้าอ่อนหวานให้ดูจริงจังแต่ไร้เดียงสาในเวลาเดียวกัน ซึ่งในความรู้สึกของเขานั่นมัน… ช่างเย้ายวนชวนให้อยากทำอะไรบางอย่าง!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป